จันทร์ มี.ค. 30, 2015 9:46 pm
ความ(อยาก)รวย เปลี่ยนคนเป็น 'ผีพนัน' ส่งรหัสใต้ฝาชิงโชค = แทงพนันผ่าน SMS!
เกมการตลาดชูประเด็น ส่งรหัสใต้ฝาเครื่องดื่มนานาชนิด 'ลุ้นรวย' รับโชคจำพวก เงินล้าน, รถยนต์, รถมอเตอร์ไซค์, โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ล่อตาล่อใจผู้บริโภคเสียจนต้องรีบซื้อหาสินค้าอย่าง 'ชาเขียว - น้ำอัดลม - เครื่องดื่มชูกำลัง' แบรนด์ใจป้ำที่กำลังมีแคมเปญส่ง SMS รหัสใต้ฝาลุ้นรับโชคใหญ่ ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ เพียงฝาเดียวก็รวยได้ ไม่ต่างจากการพนันขันต่อ กลายๆ ว่าการตลาดทำนองนี้เข้าข่ายมอมเมาประชาชน เสี่ยงดวงด้วยการซื้อเครื่องดื่มเพื่อนำมาส่งรหัสใต้ฝาลุ้นโชค งวดนี้รวย!
นายทุนเป็นเจ้ามือ ปลุกผี(พนัน)
เครื่องดื่มหลายแบรนด์ดึงดูดผู้บริโภค ด้วยการร่วมเสี่ยงโชคส่ง SMS รหัสใต้ฝา ลุ้นรับรางวัลใหญ่มากมาย กลายๆ ว่า ยิ่งซื้อยิ่งเพิ่มโอกาสให้ตนเองรวยแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยการส่งรหัสใต้ฝา
'อิชิตันรหัสรวยเปรี้ยง4' แจกเบนซ์ทุกวัน 50 คัน 50 วัน
'รหัสโออิชิ ซิ่งทั่วไทย' แจกรถยนต์ Toyota Yaris 50 คัน และ Yamaha Fino 550 คัน
'est รหัสซ่า พาซิ่ง' ส่ง SMS รหัสร่วมลุ้นบิ๊กไบค์ราคาแพง Ducati 899 Panigale
'น้ำดื่มสิงห์โฉมใหม่ แจก iPhone6' เพียงส่งเลขที่ใบเสร็จ 7-ELEVEN ผ่าน SMS ฯลฯ
ทว่า แคมเปญทางการตลาดลักษณะนี้เข้าข่ายการเล่นพนันทางอ้อม รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เคยกล่าวถึงกรณีลักษณะนี้ว่ารัฐบาลควรหันมาออกมาตรการควบคุมรางวัลเสี่ยงโชค โดยเฉพาะบรรดาเครื่องดื่มชาเขียวที่มีรางวัลจูงใจมูลค่าสูงเหล่านี้เป็นเหมือนการพนันทางอ้อม
โดยเฉพาะเครื่องชาเขียวแบรนด์ดัง 'อิชิตัน' และ 'โออิชิ' ส่งแคมเปญดังกล่าวล่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ลุ้นเป็นเจ้าของ เงินล้าน, รถยนต์, โทรศัพท์มือถือ iPhone , แท็บเลต iPad ฯลฯ แข่งขันแจกสิ่งของคืนความสุขให้ผู้บริโภคกันอย่างดุเดือด นอกจากนี้ยังมีเครื่องดดื่มชูกำลัง ซึ่งเป็นแคมเปญที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
รศ.ดร.สังศิต เปิดเผยรายงานการวิจัยเรื่องการพนันหรือการเสี่ยงโชคว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายจัดรายการเสี่ยงโชคจำนวนมาก ซึ่งเป็นการมอมเมาประชาชนและทำให้คนบริโภคสินค้าเกินความจำเป็น ในงานวิจัยดังกล่าวได้ศึกษาการแข่งขันทางธุรกิจอย่างรุนแรงของบริษัทชาเขียว 2 แห่ง การชิงโชคในลักษณะนี้เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นการพนัน เพราะมีผลลัพธ์เกิดขึ้นทุกวันและทุกชั่วโมงของเวลาทำการ ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ออกทุก 15 วัน หรือการเสี่ยงโชคด้วยการซื้อสลากออมสิน หรือสลากออมทรัพย์ทวีสิน ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
"ธุรกิจชาเขียวมีมูลค่าตลาดสูงถึงปีละ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาทบริษัทจึงใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการกระตุ้นยอดขาย จนกลายเป็นการมอมเมาประชาชน ทำให้การส่งเสริมพฤติกรรมการเสี่ยงโชคเป็นเรื่องที่น่าทดลอง เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ทำให้คนเชื่อว่าสามารถได้สิ่งที่ต้องการโดยง่าย สนุก ไม่เหนื่อยไม่ต้องทำงาน รอคอยโชควาสนา หากไม่ควบคุมเชื่อว่าสินค้าหลายตัวจะนำกลยุทธ์เช่นนี้ไปใช้จนกลายเป็นปัญหาของสังคมไทยได้"
เช่นเดียวกับ ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการ สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) วิพากษ์แคมเปญลักษณะดังกล่าวผ่าน Thaipbs ระบุว่าเป็นการทำตลาดที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะลักษณะแคมเปญของเครื่องดื่มชาเขียนแบรนด์ดังที่เร่ขายฝันรายวัน
“เป็นการตลาดที่ขาดจริยธรรม เพราะจริงๆ แล้วคุณไม่ได้ส่งเสริมการขาย แต่จริงๆ แล้วคือคุณกำลังขายโชค ถ้าเป็นแต่ก่อนเนี่ย เราขายตัวสินค้าจริงๆ แล้วก็ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตอบแทนสังคม แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่มันเอาดวงมาเป็นตัวนำสินค้าและบริการ และก็เอาตัวความหวังที่จะถูกโชคนั้นทำให้ไปเพิ่มยอมขาย เพราะฉะนั้นมันก็คือการเสี่ยงทายการเล่นพนันประเภทหนึ่ง”
ฝาชาเขียว มูลค่าสูงกว่าสุขภาพ?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าแคมเปญดังกล่าวกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ความอยากรวยด้วยการเสี่ยงโชคแบบง่ายๆ ก็ดึงดูดผู้คนจำนวนมากเข้าร่วมแคมเปญ อย่าง 'ฝาชาเขียว' กลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากกว่าน้ำชาที่บรรจุอยู่ภายใน มีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสตั้งร้านออนไลน์บนเฟซบุ๊กรวบรวมฝาเครื่องดื่มที่สามารถส่งชิงโชคจัดจำหน่าย
ตัวอย่าง ฝาชาเขียวแบรนด์อิชิตัน จำนวน 300 ฝา ราคารวมค่าส่ง EMS = 667 บาท, จำนวน 500 ฝา ราคารวมค่าส่ง EMS = 1,122 บาท, จำนวน 1000 ฝา ราคารวมค่าส่ง EMS = 2000 บาท (ส่งฟรี)
นอกจากนี้ยังมีข่าว โจรย่องเบาขโมยฝาชาเขียว ทิ้งไว้เพียงซากขวดที่มีน้ำชาเขียวเต็มปริ่ม ภายในร้านมินิมาร์ทซุปเปอร์ชีป บางคณฑี จ.ภูเก็ต ซึ่งคาดกันว่ามือดีขโมยฝาไปเพื่อส่งชิงโชค
ผศ.ศรัณยพงศ์ เที่ยงธรรม คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้สัมภาษณ์ในเวทีเสวนาเรื่อง 'SMS เสี่ยงโชค ธุรกิจรุ่ง แต่สังคมร่วง' โดยยอมรับว่าเป็นการส่งเสริมการตลาดในรูปแบบลุ้นชิงโชคช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี ทว่า กิจกรรมลักษณะนี้ต้องระบุให้ชัดเจนว่าผู้ใดสามารถมีส่วนร่วมได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการลุ้นโชคของผู้บริโภคในแคมเปญการส่งรหัสลุ้นโชคผ่าน ของสินค้าแบรนด์ต่างๆ พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ44.2 เคยลุ้นรับโชคในกิจกรรมทางการตลาดประเภทนี้ ขณะที่ร้อยละ 30.7 ยอมรับว่าแคญเปญเทือกนี้ส่งผลให้ต้องซื้อสินค้าดังกล่าวในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากซื้อหาเครื่องดื่มมาเสี่ยงโชค หากบริโภคเป็นจำนวนมากผู้บริโภคยังเสี่ยงต่อปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน ฯลฯ เพราะส่วนผสมในเครื่องดื่มจำพวกนี้แฝงด้วยน้ำตาล ซึ่งแคมเปญลักษณะดังกล่าวส่งผลต่อพฤติกรรมด้วย ผศ.พญ.พรจิรา ปริวัชรากุล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปรียบเปรยในเวทีเสวนาฯ ความว่า ถ้าเด็กอยู่ในลักษณะที่โดนกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาด้วยรางวัล โดยที่ไม่ต้องพยายามมันทำให้ทักษะชีวิตในการที่จะอดทนต่างๆ มีแนวโน้วลดลง อันนี้เป็นอันตรายมากที่จะทำให้นิสัย หรือบุคคลิกของเขาอาจจะอดทนน้อยลง
อ้างอิงข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยถึง เกณฑ์น้ำตาลในอาหารต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ ต้องบริโภคต่อวันไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ทว่า จากการสำรวจส่วนประกอบในเครื่องดื่มชาเขียว รสน้ำผึ้งมะนาวยี่ห้อหนึ่ง พบปริมาณน้ำตาล 18.125 ช้อนชา หรือกว่า 72 กรัม ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มชาเขียวที่ทางมูลนิธิฯ สำรวจพบ สูงกว่า 3 เท่า
แก้กฎหมาย ควบคุมการพนัน
การเสี่ยงโชคโดยการส่ง SMS รหัสใต้ฝาชาเขียวกำลังถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการพนันรูปแบบหนึ่งหรือไม่ อ้างอิงรายงานจากสำนักข่าวอิศรา ธนากร คมกฤส ผู้อำนวยการรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า ขณะนี้สังคมสับสนว่าอะไรคือการพนัน ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องสร้างความชัดเจน และจัดการเรื่องการพนันต่างๆ
“หากเทียบนิยามของการพนันตามคุณสมบัติที่เรียกว่าเป็นพนัน คือสิ่งที่เป็นพนันจะทำงานกับความโลภ มีการวางเดิมพัน มีความเสี่ยงไม่ได้ผลลัพธ์ที่แน่นอน และสุดท้ายคือมีรางวัลล่อใจ ซึ่ง SMS ชาเชียว เช่น เอารถเบนซ์ ไอโฟน 6 มาเป็นรางวัล หากสรุปถือว่า กิจกรรมลุ้นโชคนี้เข้าข่ายความเป็นพนันเป็นถึง 3 ใน 4 ข้อ คือทำให้เกิดความโลภ จะได้หรือไม่ได้ ไม่แน่ และคือมีรางวัลล่อใจ
“ดังนั้นกิจกรรมเข้าข่ายแบบนี้ถือเป็นการใช้การส่งเสริมการตลาดที่เป็นอันตรายต่อสังคม ทั้งความถี่ของการออกรางวัลตามหลักสากล กิจกรรมส่งเสริมการขายในลักษณะนี้จึงเป็นการซ้อนทั้งเรื่องการเข้าข่ายพนันและการตลาดอยู่ในกิจกรรมเดียวกัน”
การเสี่ยงโชคเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม มีของชิงโชคได้เงินส่วนแบ่ง เงินส่วนแบ่งนั่นคือเงินแทงพนัน นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน อธิบายถึงแคมเปญการตลาดลักษณะดังกล่าว
เขากล่าวต่อว่า บริษัทที่ใช้กิจกรรมลักษณะนี้ฉลาด รู้ว่ากฎหมายยังไม่ได้มีการบังคับเท่าไหร่ ให้ส่ง SMS ฟรี แต่ได้กำไรจากกิจกรรมสูง เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ใช้เงินวางเดิมพัน แต่เป็นการซื้อโชค แถมของ ความจริงแล้วก็คือการพนัน
อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 ยังไม่มีความชัดเจนต่อการจัดการพนัน โดยเฉพาะในประเด็นลักษณะนี้ จึงเห็นควรว่าต้องปรับแก้ให้ทันยุคทันสมัย
“เรื่องการให้คำนิยามของการพนันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด เนื่องจากตัวพ.ร.บ.การพนัน 2487 ไม่มีแม้กระทั่งคำนิยาม แต่กลับไปบรรจุในบัญชี ก. ว่าประเภทนี้เล่นได้ ประเภท ข. ห้ามเล่นเด็ดขาด ซึ่งเป็นการนิยามที่ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความสับสนว่าแท้จริงแล้วอะไรคือพนันหรือไม่ใช่พนันกันแน่
“ฉะนั้นควรจะจัดตั้งให้มีคณะกรรมการอิสระเรื่องพนันขึ้นมาโดยแยกออกมาจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยไม่ทำงานนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ลงมือทำงานเชิงรุก”
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews ... 0000035417