อาทิตย์ มี.ค. 15, 2015 8:07 pm
harikung เขียน: เรื่องแบบนี้ผมคิดว่าต่างกรรมต่างวาระกันไป เมื่อก่อนยอมรับว่าเคยสนใจว่าคนอื่นๆเค้าคิดยังไง เท่าไหร่ถึงเรียกว่าอิสรภาพทางการเงิน(ถึงแม้ว่าตัวผมโชคดีไม่ต้องได้ทำงานประจำแบบคนอื่นเค้า) แต่ปัจจุบันผมเลิกสนใจแล้วล่ะครับเพราะผมคิดว่าเมื่อเราลงทุุนไปเรื่อยๆจนถึงจุดนึงเราจะรู้เองว่าจุดไหนที่เราพอจะเรียกได้ว่ามีอิสรภาพทางการเงินแล้ว(ส่วนตัวผมเรียกว่าเลยจุดกลับมาจน) ซึ่งของใครจะเป็นเท่าไหร่ก้อขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม การดำเนินชีวิตของแต่ละท่านเอง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปถามคนอื่นแล้วเอามาเป็นเกณฑ์วัดอะไร อย่างถ้าไปถามบางคนก้ออาจจะบอกว่า10ล้าน ท่านก้ออาจจะรู้สึกมีกำลังใจว่าคงอีกไม่ไกลสินะ แต่ถ้าดันไปเจอบางท่านบอก300ล้าน ท่านจะเสียกำลังใจมั้ย ผมเลยคิดว่าตั้งหน้าตั้งตาลงทุนไปเรื่อยๆแล้วสุดท้ายเราจะรู้สึกได้เองครับเท่าไหร่สำหรับเราที่เรียกว่ามีอิสรภาพทางการเงิน
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
1) ผมเองยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าคนที่ออกมาเป็นนลท.อาชีพ จะได้เปรียบคนที่ยังทำงานประจำ จริงอยู่เราอาจจะมีเวลาไป visit บ.ได้ หรือมีเวลานั่งดู op day ได้ ไปประชุม AGM ได้ แต่มันถึงขนาดจะต้องออกมาเพื่อทำสิ่งเหล่านี้เลยหรือไม่ ผมว่าดีไม่ดีบางครั้งการห่าง ๆ จอหุ้นบ้าง ผลตอบแทนอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องโดนกระตุ้นจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น
2) ประเมินตัวเองก่อนครับ ว่าต้องการ cover ค่าใช้จ่ายแค่ไหน หลัก ๆ ที่ผมเองเคยคิดไว้ เช่น
- ค่ารักษาพยาบาล อันนี้ตัวใหญ่ เพราะมันจะไปรวมทั้งพ่อแม่ขอตัวเองและแฟน ตัวเราเอง แฟน ลูก ฯลฯ บอกให้เลยว่าถ้าเงินเก็บไม่ได้มากจริง ๆ ถ้า worse case แบบต้องการนอนรพ.เอกชนแล้ว กรณีที่แย่ที่สุดเช่น ต้องนอน ICU นาน ๆ นี่ ค่าใช้จ่ายตก "วันละ" หลายหมื่น บางครั้งเงินแค่ 1 ล้านบาทสามารถโดนตรงนี้กินหมดได้อย่างสบาย ยังไม่นับว่าเกรดของรพ.ที่เลือกแบบ 5 ดาว 4 ดาว หรือ 3 ดาว ยิ่งดาวเยอะ เงินท่านหายเร็วแน่นอน แต่ถ้าใครมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ เช่น ประกันชีวิต ก็ต้องเข้าใจว่าถ้าไม่ใช่แบบพรีเมี่ยม cover แบบสุด ๆ ซึ่งก็ต้องจ่ายค่าเบี้ยแพง มันก็ช่วยแบ่งเบาได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าส่วนใหญ่มันก็ได้ไม่เกินอายุ 70 นะครับ ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ ส่วน golden card สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย ก็บลาบลา ถ้าสบายใจที่จะใช้ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็น่าจะยังมีโรคบางอย่างที่ไม่ได้ cover เช่นเดียวกับประกันสังคม แต่ในกรณีของประกันสังคมก็มีกำหนดอายุการใช้เช่นกัน ในความเห็นส่วนตัว สิทธิที่น่าจะยังเวิร์คอยู่คือ สวัสดิการข้าราชการ เพราะ cover ทั้งพ่อแม่ ตัวเอง แฟน ลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ใครมีสิทธิ์ตรงนี้ถ้าคิดจะลาออก ขอให้คิดให้ดีครับ เพราะเป็นสิทธิ์ที่ถึงจะโดนริดรอนไปบ้าง แต่ก็ได้ตลอดชีพ ผมว่าดีกว่าประกันแบบพรีเมี่ยมเสียอีก เพราะเท่าที่เห็นบางครั้งตัวประกันเองก็มีปัญหาในการเคลม
- เงินผ่อน บ้าน รถยนต์ อันนี้ถ้าเราไม่มีมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร อยู่ที่ความอยากได้อยากมีของเราเอง ถ้ารายได้น้อยก็อย่าไปคิดการใหญ่ อันหนี้นั้น แป๊บเดียวเค้าก็ทวง เป็นลูกหนี้ถึงจะเล็กน้อยยังไงเค้าก็ถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี ขนาดรถยนต์ เราดาวน์หรือผ่อนไปตั้งเยอะ ยังดูเหมือนเค้าจะมีสิทธิ์เหนือกว่าเราด้วยซ้ำ ประเด็นเงินผ่อน ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับตัวเอง
- การศึกษาของลูก เช่นกัน ของที่จำเป็นก็ต้องจ่าย แต่อย่าไปถึงกับตามกระแส เช่น เงินไม่ถึงแต่อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์หลายคน สุดท้ายความกดดันจะเกิดกับตัวท่านเอง บางครั้งการศึกษาที่มีราคาแพงเกินไป อาจจะไม่ได้มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุด บางรร.ค่าใช้จ่ายไม่ได้อยู่ที่แค่ค่าเทอม เพราะมันจะมีค่าใช้จ่ายทางสังคม เรียน summer ในต่างประเทศ คิดให้ดี ๆ ก่อนจะเลือก ไม่งั้้นคนเก่งในประเทศนี้คงต้องจบต่างประเทศกันหมด ผมว่าเอาแต่พอเหมาะที่กำลังจะจ่ายไหว ของดีมีคุณภาพยังมีอยู่ อย่าตามกระแสจนเกินไป
- เงินค่าสันทนาการ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความอยากของเราเช่นกัน เที่ยวในประเทศไทย ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง อเมริกา ยุโรป ค่าใช้จ่ายต่างกัน ถ้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็น ค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ไม่เกิด
จริง ๆ ตัวเลขมันเป็นสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเองทั้งนั้นครับ แม้แต่ว่าจะอ้างเรื่องเงินปันผล แต่เอาเข้าจริง ผมว่าไม่มีใครกล้าถือหุ้นเงินปันผลสูงอย่างเดียว หรือเอาเงินไปลงทุนในตราสารหนี้หรอกครับ ทุกอย่างมีความเสี่ยง ทำให้เรากลัวได้หมด ถ้าจะบอกว่าขอแค่เงินปันผลจะเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าตีว่า SET ให้เงินปันผลประมาณปีละ 3% แต่ท่านอย่าลืมว่า หลายบ.ของท่านไม่จ่ายเงินปันผล บางบ.จ่ายเป็นหุ้นอีกต่างหาก ยังไม่นับว่าบางปีผลตอบแทนไม่ดี บางปีก็พอประมาณ
ในความเห็นของผมนั้น คนที่จะออกจากงานมานั่งลงทุนที่บ้านอย่างเดียว น่าจะเป็นคนไม่กี่ประเภทครับ เช่น เงินเดือนเทียบกับเวลาที่ต้องทำงานประจำนั้นไม่คุ้มเป็นอย่างมาก เช่น ต้องเลิกงาน 3-4 ทุ่ม แต่ได้รายได้นิดเดียวหรือไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป ยิ่งมีปัญหาด้านสุขภาพหรือเวลาให้กับคนในครอบครัวด้วยแล้วยิ่งเหมาะสมมากขึ้น
ส่วนพวกที่รายได้สูง งานไม่หนักจนเกินไป พอมีเวลาให้ครอบครัว หยุดไปเที่ยวได้ ผมว่ายังไงก็ไม่คุ้มครับ ยกเว้นแต่เพียงว่าพอร์ตคุณจะใหญ่ระดับ 9-10 หลักขึ้นไป ซึ่งแน่นอนครับ มันจะ cover ค่าใช้จ่ายที่ผมบอกไปข้างบนทั้งหมดแน่นอนครับ