[youtube][/youtube]
เห็นด้วยค่ะdrsp เขียน:ถ้าเราดูกราฟราคาหุ้น จะเห็นว่าราคามันขึ้นลงเป็นจังหวะ
คนที่สามารถจับจังหวะหุ้นได้จะทํากําไรมหาศาล
นักเล่นหุ้นหลายคนเชื่อว่าตัวเองทําได้เพราะ"ผมเก่ง"
ซื้อตอนหุ้นเริ่มขึ้น พอเริ่มลงก็ขายทิ้ง
กําไรเยอะ แถมไม่ติดหุ้นอีกต่างหาก
ผมก็เคยคิดแบบนี้ แต่บทเรียนที่ได้รับคือ
"ไม่มีใครทายจังหวะตลาดหุ้นถูกตลอด
มีแต่คนโง่ที่เชื่อว่าตัวเองทําได้"
บทเรียนที่ได้รับคือ พอหุ้นเริ่มตกขายออกไป
คิดว่ามันตกมาก จะเข้าไปซื้อใหม่ถูกกว่าเดิม
มันลงมานิดเดียว แล้ววิ่งไปไกลลิบ กําไรหายไปมากมาย
หรือมันเริ่มตกเราเข้าไปซื้อมันกลับตกหนักยาวนาน จนขาดทุนมากมาย
สิ่งที่ได้รับจากการพยายามทายราคาหุ้น คือขายหมูยักษ์ซํ้าแล้วซํ้าเล่า กับติดดอยยาวนาน
ที่สําคัญที่สุดคือ การพยายามทายราคาหุ้นเป็นนิสัยของนักเก็งกําไรไม่ใช่นักลงทุน
สมมติว่า คุณซื้อทองไว้แต่งงานลูกสาว
ตอนนี้ลูกสาวอายุ15ปี คุณคิดว่าจะถือสัก10ปี เผื่อลูกแต่งงานอายุ25
ถ้าคิดแบบนี้ คุณจําเป็นไหมที่ต้องดูราคาทองทุกวันเช้าเย็น
คุณต้องเครียดไหมว่าวันนี้ราคาทองตกไป3รอบ
การลงทุนหุ้นก็เช่นกัน
คุณใช้เวลาความพยายามมากมายศึกษาหุ้นหลายสิบตัว
จนพบหุ้นที่คุณคิดว่ายอดเยี่ยม ราคายังไม่แพงมาก
เป็นกิจการที่คุณอยากมีส่วนเป็นเจ้าของ
คุณเชื่อว่าอีก3-5ปีจะต้องให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจแน่นอน
แล้วคุณจะต้องไปเฝ้าหน้าจอ ดูราคาอยู่ตลอดเวลาเพื่ออะไร
ถ้าหุ้นที่คุณเลือกมาราคาขึ้นไป30%ในเวลาไม่กี่เดือน
คุณต้องขายไหม ถ้าถือหลายปีจะไม่ขึ้นมากกว่านี้เหรอ
ขายแล้วไปซื้ออะไร ในเมื่อคุณคิดว่าตัวนี้ดีที่สุดแล้ว
การลงทุนในหุ้นต้องอาศัยทั้งประสพการณ์และการเรียนรู้ที่ยาวนาน
หลายปีก่อนหน้านี้ ผมซื้อขายหุ้นบ่อยมาก แทบทุก2-3วัน
พอตอนปีใหม่ โบรกเกอร์เอากรอบรูปพระพิฆเนศสีทองทั้งอันมาให้ราคาหลายพัน
ผมถามตัวเองว่าลงทุนแทบตายเราทําให้ตัวเองหรือโบรกเกอร์กันแน่
ปัจจุบันนี้ ผมไม่ได้ซื้อขายหุ้นสักหุ้นเดียวมา6เดือนแล้ว