ควรจะเตรียมเงินสดกันไว้ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ พอร์ต ครับ
และอยากทราบว่า มีใคร Short Tfex เพื่อป้องกันความเสียหายบ้างครับ
กรุณารอสักครู่...
ตอนปี 40 ปูนใหญ่พาร์ 10 ครับ ลงจากประมาณ 1 พันบาทเหลือ 200 กว่าบาทครับtummeng เขียน:
ผมก็อยู่ในคอกด้วยคนครับช่วงนั้น จำได้ช่วง 400 ลงมา 300 นี่โหดมาก มีอยู่ 2-3 วันติดมั้งที่มี circuit breaker ต่อกัน ลงมาแบบหลอนมาก คุ้นๆว่า ราคาปูนใหญ่ลงมาต่ำกว่าปี 40 ซะอีก
ช่วงนั้น ลบไปเกือบ 60% เหมือนกันครับ ยังคิดเลยว่าอีกกี่ปีนี่กว่าเราจะคืนทุน ไปๆมาๆ กลับมาได้เร็วเกินคาดแถมเกินไปกว่าที่คาดซะอีก
อยากให้ใจเย็นๆกันนะครับ หุ้นพื้นฐานดียังไงก็ต้องกลับมาหาพื้นฐานที่ดีของมันและราคาที่เหมาะสมจริงๆครับ
รู้สึกผมจะโดนมากกว่าชาวบ้านลงไป 34% คิดเป็น upside ที่ 51%
เค้าลงกันมา 3-4 วัน เพิ่งเริ่มตกใจไม่นาน
ของผมเหมือนรู้ก่อน
โดนไป 8 วันติด 55555+
ไม่ได้มีหุ้นร่วงติด 8 วัน ในพอร์ทนานแล้ว
![]()

วันศุกร์ได้ทีปรับพอร์ต เลยบวกกลับมา 4%
ที่ลงไป -16% นี่ ของผมถึงแค่วันพฤหัส
ก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีโชคร้าย
แต่ทำตัวยังกะ trader
ปีนี้เป็นปีที่ผมปรับพอร์ตบ่อยมาก
ผ่านไปยังไม่ทันจะ 3 เดือน ปรับไป 4 ครั้งและ
ถ้าอาทิตย์หน้าลงต่ออีก ก็คงได้ปรับพอร์ตอีก
ยังไม่ตายครับ แต่นอนพะงาบๆๆ ครับ
หายใจรวยริบมากๆๆ 555555
แต่ละท่านโดนกันไปหนักไม่น้อย ผมได้แต่นั่งดูมูลค่าพอร์ตตัวเองลดลงโดนยังนิ่งอยู่ต่อไป
ปล. ที่นิ่งเพราะไม่รู้จะขายถูกๆๆไปทำไม ตอนแพงก็โลภคิดว่ายังไม่ถึงเป้าในใจ
สรุป ซื้อหุ้นแล้วไม่ต้องไปดูแบบที่ผู้รู้เคยบอกไว้ แต่ใจมันไม่ได้ ยังไงก็ดูมันทุกวัน 5555
ของผมก็ยังมีกำไรอยู่ 30 % ครับ แต่ก็เสียดายน่าจะขายทำกำไรก่อน แต่ไม่ได้ขายแต่เตรียม ซื้อเพิ่มอีกสักหน่อย รอให้มันนิ่งๆอีกสักนิด คงเอาปันผลมาซื้อตัวมันเองต่อครับ ส่วนตัวที่เหลืออีก 2 ตัว ขายทำกำไรไปบ้างแล้วก็เลยสบายใจหน่อยครับ สู้ๆครับ ให้กำลังใจทุกคนๆเลย
หุ้นขึ้นๆ ลงๆ ธรรมชาติของนายตลาด
บางครั้ง เราเห็นโอกาส
แต่หลายครั้ง เราก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร
เพียงแต่เราไม่ได้หว่านเมล็ด
เพราะเราหวังผลตอนนี้จริงๆ ใช่หรือเปล่า
ไปโดนอะไรมาละครับวรันศ์ บัฟเฟต เขียน:รู้สึกผมจะโดนมากกว่าชาวบ้านลงไป 34% คิดเป็น upside ที่ 51%
เค้าลงกันมา 3-4 วัน เพิ่งเริ่มตกใจไม่นาน
ของผมเหมือนรู้ก่อน
โดนไป 8 วันติด 55555+
ไม่ได้มีหุ้นร่วงติด 8 วัน ในพอร์ทนานแล้ว
![]()
บอกเล่ากันหน่อย
![]()
ในระยะสั้น การที่ราคาหุ้นที่เราถืออยู่ลดลงมาก บางทีมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเรามองอะไรผิดหรอกครับ เพียงแต่โชคไม่ดีที่ไปถือตัวเดียวกับผู้ถือหุ้นท่านอื่นที่พอดีต้องมาอยากขายหุ้นตอนนี้พอดี แบบไม่ค่อยเกี่ยงราคาซะด้วย สิ่งนี้ใครจะไปห้ามได้ละครับ ก็มันหุ้นของเค้า
อีกด้่านนึง การที่เราซื้อหุ้นปุ๊บขึ้นปั๊บทันที มันก็ไม่ได้แปลว่าเราเก่งเทพ กดรีโมทสั่งได้ (ยกเว้นว่าท่านเป็นเจ้าปั่นหุ้นเอง) มันก็แค่เพราะโชคดีที่พอเราซื้อไปแล้ว เพิ่งมีคนอื่นที่รวยๆ แล้วก็มองในแง่ดีว่าหุ้นทู้กถูก เลยกระหน่ำเคาะขวาไม่ยั้งก็เท่านั้นเองครับ
หากเชื่อมั่นในแนวทางวีไอ ก็แค่ทำใจเผื่อสำหรับกรณีเหล่านี้ แล้วก็ใช้ประโยชน์ตามแนวคิดของนายตลาด
หากเชื่อมั่นในการผสมผสานแนวทางพฤติกรรมการเงิน ก็อาจศึกษาด้านจิตวิทยาการลงทุน หรือทางเทคนิคเพิ่มเติมครับ
ตอนแฮมเบอร์เกอร์tummeng เขียน:ผมก็อยู่ในคอกด้วยคนครับช่วงนั้น จำได้ช่วง 400 ลงมา 300 นี่โหดมาก มีอยู่ 2-3 วันติดมั้งที่มี circuit breaker ต่อกัน ลงมาแบบหลอนมาก คุ้นๆว่า ราคาปูนใหญ่ลงมาต่ำกว่าปี 40 ซะอีกmiracle เขียน:คนแถวนี้บางคน ลบ 70% กว่าๆsci เขียน:จิ๊บๆdome@perth เขียน:ผมยังจำได้ติดตาเลย โหดกว่านี้เยอะtummeng เขียน:คงต้องเทียบกันเป็น % มากกว่านะครับ ฐาน set ตอนนี้สูง 1500 กว่า ลบ 60 จุด ยังไม่ถึง4% เลยครับ ถ้าย้อนกลับไปช่วง subprime นั่นโหดกว่าเยอะครับ set 500 กว่า ลบเกือบ 40 จุด นั่นสิตายเกลื่อนจริง circuit breaker กันรายวันเลย
ถ้าหนักจริงต้องประมาณ50%ทุกตัวนับจากปัจจุบัน
บางคน -60%
โดยส่วนใหญ่ไม่ลบ เรียกว่านอกคอกในช่วงแฮมเบอร์เกอร์
ช่วงนั้น ลบไปเกือบ 60% เหมือนกันครับ ยังคิดเลยว่าอีกกี่ปีนี่กว่าเราจะคืนทุน ไปๆมาๆ กลับมาได้เร็วเกินคาดแถมเกินไปกว่าที่คาดซะอีก
อยากให้ใจเย็นๆกันนะครับ หุ้นพื้นฐานดียังไงก็ต้องกลับมาหาพื้นฐานที่ดีของมันและราคาที่เหมาะสมจริงๆครับ
ของผมเหลือกำไรแค่ 5%ทั้งที่ควรจะได้ หลายสิบ พอหุ้นลงมาต่ำที่ 380 ก็ไม่รู้ว่าจะซื้อหุ้นอะไรดี
เพราะไม่มีประสบการณ์มากพอ เลยไปซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลเยอะ แทนที่จะเป็นหุ้น ที่มีอัพไซด์เยอะ
ทุกวันนี้กลับไปอ่าน เพราะเขียนบันทึกไว้ ว่าครั้งนี้เป็นโอกาสทองของชีวิต แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ไม่สามารถคว้าไว้ได้ ถ้ามีเพื่อนนักลงทุน หรือที่ปรึกษาที่ดี น่าจะเป็นการตีแตก เป็น 10 เด้งกันเลย
และถ้ามันเกิดวิกฤตหุ้นอีก ผมก็ยิ้มเลย เพราะเจอที่ไรรวยขึ้นทุกที ความรู้ก็มี ประสบการณ์ก็มี
เพื่อนนักทุนก็มี
ยังไม่ตายครับ ขาดทุนกำไร 10% กว่าๆ ของ Port
เห็นราคาหุ้นที่ถือลงเอาๆ เมื่อ Week ที่แล้ว ก็แอบเสียวเหมือนกัน
พอมานั่งดูอีกที ราคาหุ้น 3 เดือนที่ผ่านมา มันขึ้นเยอะเว่อร์เกินไปนั่นเอง ไม่ใช่ขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานอย่างเดียวแน่ๆ
ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือ Debunkery (ที่พี่ NB แนะนำ)
คุณ Ken Fisher แกบอกว่า คนเรามักจะรับรู้ความเจ็บปวดเวลาหุ้นลงเป็น 2 เท่าของเวลาหุ้นขึ้น นั่นคือหุ้นลง 10% ก็จะเจ็บปวด 2 เท่า คือ 20% แต่ช่วงเวลาที่หุ้นลงมักจะมีน้อยกว่าเวลาหุ้นขึ้น หากหนีไปเฉยๆ ตอนราคามันลง อาจเสียใจในภายหลังก็ได้ คือ เราพลาดโอกาสที่มันจะขึ้นอีกมหาศาล
ยังไงก็คงต้อง Stay Calm, Stay Invest ปรับ Port เด็ดวัชพืชทิ้ง เอาต้นไม้ที่ทนต่อโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาแทนครับ
(ตอนนี้หวังแค่ผลตอบแทนระยะยาว พอจะชนะตลาดก็พอแล้ว)
prichar s. เขียน:loss ที่เกิดจากความผันผวนของตลาด ถ้า...
หุ้นของเราพื้นฐานดี มีการเติบโต อนาคตสดใส
อาจเป็นแค่ loss ชั่วคราว (2-3 เดือน)
อย่างนี้ น่าจะยังไม่นับเป็นศพ(คนตาย)นะครับ
ถึงวันนี้ เห็นบางห้องถกเครียดเรื่องราคาหุ้นตก
เห็นเว็บเพื่อนบ้าน(แนวเม่า)กระทู้ติดคอยเกลื่อน
พอร์ตตัวเองก็ยุบลงไปพอควร
แต่ก็ยังมั่นใจว่าเป็น loss ชั่วคราว
Quote Of the Day
ยามมีภยันตราย คนเรามักมีความรู้สึกตื่นตัวและเฝ้าระวัง ในแง่การลงทุน
เราจะเริ่มดูพอร์ตตัวเองบ่อยขึ้นมาก กังวลกับทุกความผันผวนของตลาด
ตอบสนองต่อความกังวลด้วยการขายหุ้นแบบไม่ได้ใช้ความคิด
การตื่นตัวเฝ้าระวังทำให้เรามองสั้นลงๆ สั้นมาก และให้น้ำหนักกับเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นล่าสุดมากเกินไป – Richard Geist