ศุกร์ มี.ค. 22, 2013 11:21 pm
ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าครับคุณsaran
แอบนิยมผลงานของคุณsaranบ่อยๆ ละเอียดดีจริงๆครับ
ผมเห็นด้วยกับที่ว่าหุ้นค่อนข้างแพง แต่ผมขอขยายสักนิดได้ไหมครับ
หุ้นหลายๆตัวบ้านเราที่ว่าแพงนั้น
"ถึงจะแพง แต่ก็แพงอย่างมีคุณภาพครับ"
ขณะที่ตัวที่ถูก ค่าพีอีต่ำ ก็ถูกด้วยเหตุผลที่ว่าคุณภาพไม่ถึง
ไม่ว่าจะเป็นpotential ,power, position ทางธุรกิจ
ล้วนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนมั่นใจในการเติบโตของกำไรในระยะยาวได้
เรา(vi)ชอบวัดการเติบโตของพอร์ตลงทุน โดยที่ตัวที่ใช้อ้างอิงแรกสุดเลยก็คือset index
ถ้าโตน้อยกว่าsetถือว่าน่าผิดหวัง ตัวต่อไปก็จะวัดกับเพื่อนๆกลุ่มเดียวกัน ขึ้นไปอีกก็อาจจะไปเทียบกับviดังๆ
มันกลายเป็นค่านิยมไปแล้วมั้งครับ และนี่ก็เป็นสาเหตุนึงของการเปลี่ยนม้าขี่บ่อยๆมั้งครับ
ผมเองชอบเปรียบเทียบการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ กับการลงทุนทำธุรกิจเอง(ซึ่งอาจจะจ้างพนง.ทำ)
โดยทั่วไปการลงทุนทำธุรกิจนั้น กว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวกำไรก้อนแรกได้ ก็ต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่ง
บางครั้งอาจจะเป็นปีๆ การลงทุนในหุ้นผมก็ใช้หลักการเดียวกัน หมดจากเฟสลงทุน เฟสต่อไปก็คือเฟสแห่งการรอ
หลังจากนั้นจึงเป็นเฟสเก็บเกี่ยว ห็นไหมครับ มันคล้ายๆกับการทำนาเลย
ผมจะมีความสุขมากถ้าเงินลงทุนมันผลิดอกออกผล และจะสุขที่สุดถ้าเงินปันผลสะสม coverเงินลงทุนก้อนนั้น
ผมคิดว่าผมคล้ายๆคุณsaranในการถือลงทุนยาว ดังนั้นจุดที่สำคัญที่สุดในการลงทุนคือการเลือกธุรกิจ
ปีๆหนึ่งผมจะหาหุ้นที่จะลงทุนได้อย่างมาก1หรือ2ตัวเท่านั้น บางทีก็ไม่เจอไปหลายๆเดือน
ส่วนหนึ่งมให้เวลากับธุรกิจตัวเองมากกว่า เพราะมันเป็นเครื่องผลิตเงินสดที่ไม่มีวันเจ๊ง ให้เรานำมาต่อยอดในตลาดหุ้น
ผมอยากจะเถียงคุณsaranสักเรื่องจะได้ไหมครับ ที่บอกว่า "เงินที่นำมาทยอยซื้อเพิ่มเติมมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดพอร์ต" ไอ้ขนาดพอร์ตที่คุณsaranว่าใหญ่เนี่ย ผมเชื่อเหลือเกินครับว่ามันโตมาจากเงินก้อนน้อยๆของคุณsaranเมื่อในอดีต และก็โตมาด้วยฝีไม้ลายมือของคุณsaranล้วนๆ ฉันใดก็ฉันเพล ครับ
เงินน้อยๆในปัจจุบันก็ย่อมเติบโตเป็นก้อนใหญ่ได้ในอนาคต อย่าได้ดูแคลนครับ และอย่าขี้เกียจสิครับ > <
ขอบคุณสำหรับกระทู้ดีๆครับ