กรณีนี้สมมุติว่าคู่ค้าเป็นบริษัทนะครับ
ถ้าคู่ค้าเข้าสู่กระบวนการล้มละลายแล้วศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์(จพท.) ก็จะเข้ามารวบรวมทรัพย์สินทุกประเภทของบริษัทคู่ค้าเข้ากองทรัพย์สินครับ เท่ากับว่าหุ้นที่บริษัทคู่ค้าถือครองอยู่ก็เป็นทรัพย์สินหนึ่งซึ่ง จพท. ต้องรวบรวมเข้ากองทรัพย์สิน เพื่อนำทรัพย์สินเหล่านั้นออกขายแล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ทุกรายที่ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้อย่างเท่าเทียมกันครับ
ในส่วนของบริษัทที่เป็นเจ้าหนี้ก็ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด ถ้าไม่ยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด ก็อดได้เงินครับ
ถามว่าบริษัทคู่ค้าจะเอาหุ้นที่ถืออยู่มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ค้างชำระได้หรือไม่
คำตอบคือ ไม่ได้ครับ
เพราะ การหักกลบลบหนี้ต้องเป็นกรณีที่ต่างฝ่ายต่างเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน
การถือหุ้นของบริษัทมิได้หมายความว่าเราเป็นเจ้าหนี้บริษัท เท่ากับว่าบริษัทเจ้าหนี้ก็มิได้เป็นลูกหนี้ของบริษัทคู่ค้า จึงไม่มีอะไรมาให้หักกลบลบหนี้ครับ
ถามว่า หุ้นที่บริษัทคู่ค้าถืออยู่จะถูกนำมาขายคืนให้บริษัทเจ้าหนี้หรือไม่
คำตอบคือ ไม่จำเป็นครับ ทาง จพท.จะมีกระบวนการขายทรัพย์สินเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมครับ และวิธีการขายก็มักจะเป็นการขายที่ประกาศให้สาธารณะชนรับรู้เพื่อให้เข้ามาสู้ราคา
บริษัทเจ้าหนี้อาจจะเข้าไปซื้อหุ้นของตัวเองจากการขายทอดตลาดก็ได้ ถ้าเป็นบริษัทมหาชน แต่ถ้าเป็นบริษัทจำกัด กฎหมายห้ามมิืให้ซื้อหุ้นของตัวเองครับ
หากบริษัทเจ้าหนี้เข้าไปซื้อหุ้นของตัวเองจากการขายทอดตลาด แบบนี้ละครับที่จะถือว่า
บริษัทเจ้าหนี้กับบริษัทคู่ค้าเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ซึ่งกันและกันอันอาจหักกลบลบหนี้กันได้
แต่กฎหมายล้มละลายกำหนดไว้ว่า หนี้ที่จะนำมาหักกลบลบหนี้กันได้ต้องเป็นหนี้ที่มีอยู่ในขณะศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หนี้ที่ต้องชำระค่าหุ้นเกิดขึ้นหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ จึงต้องห้ามไม่ให้นำมาหัก