การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1046 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 3123 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย testfree
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 2588 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 4844 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 3722 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 3782 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 8881 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 10164 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 12810 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 147878 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 4 ตอบกลับ
- 201191 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย NoOne_
-
-
-
- 2 ตอบกลับ
- 212164 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย qwer123433
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 339571 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 159 ตอบกลับ
- 224410 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Peter1011
-
-
-
- 3 ตอบกลับ
- 1671 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 4 ตอบกลับ
- 263631 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย qwer123433
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1087 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1013 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1056 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1041 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1253 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 35 ตอบกลับ
- 110045 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Airmd
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 3928 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 22060 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 41971 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 5 ตอบกลับ
- 10994 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย kanxit
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 690 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 79 ตอบกลับ
- 8278 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Arkad
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 2254 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 145 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 150 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 345 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 2216 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 16 ตอบกลับ
- 6316 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 572 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 138 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 133 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 173 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 245 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 1667 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 164 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 5 ตอบกลับ
- 4292 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 207 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 242 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 30 ตอบกลับ
- 4707 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Tiklucky
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 144 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 1343 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 408 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 292 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 9 ตอบกลับ
- 3568 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 345 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 404 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 497 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 652 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 543 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 574 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 53 ตอบกลับ
- 11084 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Paw Patrol
-
-
-
- 18 ตอบกลับ
- 28376 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Peter1011
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 346 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 643 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Bird.Songwut
-
-
-
- 30 ตอบกลับ
- 8205 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Paspawit
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 662 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 410 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
ลงทุนท่ามกลางไฟแห่งสงคราม/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
สงครามระหว่างอเมริกากับอิหร่านที่เกิดขึ้นไม่กี่วันมานี้ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก “ปั่นป่วน” เฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นเกาหลีและตลาดหุ้นไทยที่ดัชนีตลาดตกลงไปเกิน 10% ภายในเวลา 2-3 วัน นี่ทำให้เราควรมาดูว่าอนาคตหลังจากนี้ เช่น อีกปีหนึ่งหรืออาจจะหลายปี หุ้นน่าจะเป็นอย่างไรเพื่อที่เราจะได้กำหนดกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ได้ถูกต้อง
ประเด็นแรกที่ผมมักจะทำเสมอก็คือ ศึกษาจากประวัติศาสตร์สงครามกับตลาดหุ้นว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งนี่จะเป็นเรื่องการศึกษาเฉพาะตลาดหรือประเทศที่ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิแต่แน่นอนว่าได้รับผลกระทบแน่เพราะอาจจะเป็น “คู่สงคราม” หรือไม่ก็เป็นประเทศอื่นที่ได้รับผลของสงครามผ่านภาวะเศรษฐกิจ การเงินหรือการถูกโจมตีอันเป็นผลข้างเคียง และก็แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นสหรัฐที่มีข้อมูลมากกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ มาก
ประวัติศาสตร์ก็คือ ก่อนสงครามหรือเมื่อเกิดสงคราม ตลาดหุ้นมักจะผันผวนและตกลงมาแรงเพราะการ “ตกใจ” ของนักลงทุน เนื่องจากสงครามจะก่อให้เกิดการทำลายล้างและกระทบกับเศรษฐกิจ การเงินและตลาดหุ้นมาก เพราะการผลิตสินค้าเช่นอาวุธยุทโธปกรณ์และปัจจัยในการสงครามต่าง ๆ รวมถึงอาหารและพลังงานอาจจะติดขัดทำให้มีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากซึ่งทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง เป็นอันตรายต่อทรัพย์สินทางการเงินเช่นหุ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เศรษฐกิจและตลาดหุ้นก็มักจะปรับตัวขึ้นหลังจากสงครามผ่านไปประมาณ 1 ปี
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ตลาดหุ้นสหรัฐต้องปิดชั่วคราว แต่เมื่อเปิดขึ้นใหม่ ดัชนีตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นแรงมาก เหตุผลก็เพราะว่าสหรัฐไม่เกิดความเสียหายเลย แต่โรงงานในสหรัฐกลับเฟื่องฟูมาก เพราะเป็นแหล่งผลิตอาวุธและสินค้าที่จำเป็นต่าง ๆ ส่งให้กับพันธมิตรในยุโรป
สงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ช่วงแรกตลาดก็ผันผวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อฐานทัพเรือที่เพิรล์ฮาร์เบอร์ถูกญี่ปุ่นถล่ม แต่หลังจากนั้น ในช่วงสงครามตั้งแต่ปี 1942-1945 ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นถึงปีละ 25% เนื่องจากมีการผลิตอาวุธและสินค้าเพื่อใช้ในการต่อสู้กับฝ่ายอักษะรวมถึงการส่งผลผลิตเหล่านั้นให้กับฝ่ายพันธมิตรในยุโรป
สงครามเกาหลีในปี 1950-1953 ดัชนี S&P500 ก็เติบโตขึ้นประมาณ 30% หรือปีละเกือบ 10% ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้ สงครามไม่ได้ทำให้ตลาดหุ้นเดี้ยง เช่น เดียวกับสงครามเวียตนามที่รบกันยาวนานต่อเนื่องถึง 20 ปี ตลาดหุ้นก็โตไปเรื่อย ๆ ยกเว้นในช่วงปี 1973-74 ซึ่งเป็นช่วงท้าย ๆ ของสงครามที่เกิดวิกฤติน้ำมันจากการที่ประเทศกลุ่มโอเปกงดส่งน้ำมันให้อเมริกาซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปมากจนเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและกลายเป็น “Stagflation” คือเศรษฐกิจตกต่ำในขณะที่เงินเฟ้อรุนแรงส่งผลให้ตลาดหุ้นตกลงไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์จนเป็นวิกฤติ
“สงครามอ่าว” ในตะวันออกกลางปี 1990-91 ที่สหรัฐบุกอิรักเพื่อปลดปล่อยคูเวตที่ถูกยึดครองโดยอิรัก ในช่วงแรก ดัชนีหุ้นS&P 500 ตกลงไป 10% แต่เมื่อกองทัพอเมริกาเริ่มโจมตี ตลาดหุ้นก็พุ่งขึ้นแรงมาก ภายใน 1 ปี ดัชนีก็ปรับตัวขึ้นไป 20%
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ปี 2022 ตลาดหุ้นก็ตกลงไปแรงทั่วโลก เพราะราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรงมากถึง 50% แต่หลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ และตอนนี้นักลงทุนก็แทบไม่สนใจแล้ว เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ เกิดสงครามอเมริกากับอิหร่านแทน
ข้อสรุปก็คือ สงครามนั้น มักก่อให้เกิดความตกใจและส่งผลสั้น ๆ ว่าจะเกิดเหตุการณ์หรือภาวะทางเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ที่จะทำให้เศรษฐกิจและตลาดการเงินเสียหาย ดังต่อไปนี้คือ
1) สงครามจะลามไปยังจุดอื่น ๆ หรืออาจจะไปทั่วโลก เพราะอิหร่านเริ่มโจมตีประเทศอื่นในอ่าวเปอร์เซียที่สนับสนุนสหรัฐ
2) จะเกิดเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น เพราะราคาพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเพราะสงครามต้องใช้น้ำมันมาก หรืออย่างในกรณีสงครามที่เกิดขึ้นขณะนี้คืออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้น้ำมันประมาณ 20ของโลกไม่สามารถนำออกไปใช้ได้ ทำให้น้ำมันราคาเพิ่มขึ้นไปถึง 90 เหรียญต่อบาร์เรลและคาดว่าจะขึ้นไปได้ถึง 150 เหรียญในไม่ช้า
3) เศรษฐกิจทั่วโลกอาจจะถดถอยลงถ้าสงครามยืดเยื้อต่อไป การท่องเที่ยวอาจจะลดลงเพราะการบินถูกรบกวน เช่นเดียวกับการค้าที่จะติดขัดโดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการที่เกิดภาวะเงินเฟ้อด้วยอาจจะทำให้เกิด Stagflation ได้
4) มีความเสี่ยงทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ เช่นเรื่องของการแซงชั่นการค้า การขึ้นภาษีและการจำกัดการส่งออกสินค้าที่อาจจะเป็นยุทธปัจจัยเช่นพวกแร่หายากเป็นต้น
ทั้งหมดนั้นทำให้ตลาดหุ้นตกแรง แต่โอกาสที่จะเกิดต่อเนื่องยาวนั้น จากประวัติศาสตร์มักพบว่ามันไม่จริง โลกมีความสามารถในการปรับตัวเสมอ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ สงครามอาจจะจบลงหรือกลายเป็นสงคราม “ยืดเยื้อ” แต่ไม่ค่อยจะมีผลกระทบกับโลกอีกต่อไปเพราะโลกปรับตัวได้ นี่ก็อาจจะคล้าย ๆ กับสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่คนโดยเฉพาะนักลงทุนแทบจะเลิกสนใจไปแล้ว
ประเด็นที่จะต้องวิเคราะห์ก็คือ สงครามจะลามไปยังประเทศอื่นหรือจุดอื่นหรือไม่ สำหรับผมแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะทั้งรัสเซียและจีนเองก็ไม่ได้ออกมาช่วยเหลือหรือตอบโต้อเมริกา เช่น เดียวกับประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างก็ไม่ได้เป็นมิตรกับอิหร่าน ตรงกันข้าม ส่วนใหญ่สนับสนุนสหรัฐในด้านของการอนุญาติให้เครื่องบินของสหรัฐบินไปโจมตีอิหร่านด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้อิหร่าน “แก้แค้น” โดยการโจมตีด้วยโดรนต่อประเทศเหล่านั้น
ประเด็นต่อมาก็คือ สงครามนี้จะยืดเยื้อหรือไม่ เพราะถ้ายืดเยื้อก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนและขึ้นราคายาวนานซึ่งจะทำให้เกิดเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นตกลงมาแรงต่อไป
ในความเห็นของผมก็คือ สงครามครั้งนี้เป็น “สงครามทางอากาศ” คล้าย ๆ “The Battle of Britain” ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฮิตเลอร์ทิ้งระเบิดโจมตีอังกฤษนานหลายเดือนเพื่อที่จะทำให้อังกฤษยอมแพ้โดยที่เยอรมันไม่ได้ยกพลขึ้นบกเข้ายึดครองอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ยอม และก็พยายามต้านทานโดยใช้ปืนต่อสู้อากาศยานและนำเครื่องบินขึ้นไปรบกับเครื่องบินของฝ่ายเยอรมันจนในที่สุดเยอรมันก็เลิกรบไปเองและหันไปบุกรัสเซียแทน
ในกรณีของสหรัฐโดยประธานาธิบดีทรัมป์ที่โจมตีอิหร่านโดยเครื่องบินและขีปนาวุธ ผมคิดว่าอิหร่านก็คงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และก็คงตอบโต้โดยใช้โดรนและขีปนาวุธยิงฐานทัพอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ที่สนับสนุน รวมถึงการขู่และปิดการเดินเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อบีบให้อเมริกาต้องหยุดการโจมตีอิหร่าน
สำหรับผมเองคิดว่าสงครามครั้งนี้คงใช้เวลาไม่นานก็จะเลิกไปเอง เพราะอเมริกาไม่ได้ส่งคนเข้าไปรบในพื้นแผ่นดินอิหร่าน แค่เลิกส่งเครื่องบินเข้าน่านฟ้าอิหร่านทุกอย่างก็จบ นั่นก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้เมื่อสหรัฐได้ทำลายอาวุธและศักยภาพในการผลิตอาวุธส่วนใหญ่รวมถึงระเบิดนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้วเสร็จและสามารถตั้งผู้นำหรือได้ผู้นำอิหร่านที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับอเมริกาต่อไปแล้ว หลังจากนั้น ทรัมป์ก็จะ “ประกาศชัยชนะ” แล้วเรื่องของสงครามอิหร่านก็จะจางหายไปคล้าย ๆ สงครามยูเครน
ตลาดหุ้นทั่วโลกก็จะดำเนินการไปตามปกติ และแน่นอน ก็จะไปเจอกับภาวะแห่งความผันผวนไม่แน่นอนและก็อาจจะเกิดวิกฤติขึ้นได้อีกเช่นกัน เพราะในช่วงเร็ว ๆ นี้ “ระเบียบโลก” ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่โลกมีกติกาที่ชัดเจนว่าแต่ละประเทศซึ่งรวมถึงมหาอำนาจ จะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน แต่ระยะหลัง ๆ นี้ดูเหมือนว่า “อำนาจ” จะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนแทน
ที่พูดมาถึงจุดนี้อาจจะดูเหมือนว่าเราไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้นเพราะปัญหาต่าง ๆ จะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นและผลกระทบจะเป็นอย่างไร?
คำตอบอย่างสั้น ๆ ของผมก็คือ ถ้าจะให้เกิดความปลอดภัย เราก็อาจจะเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นในสินค้าที่จะไม่เจ็บจากสงครามและอาจให้ผลตอบแทนที่ดีนั่นคือ
1) ธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานที่จะได้ผลดีเมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้นและอยู่นาน 2) ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ที่จะได้ประโยชน์จากสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน 3) สินค้าโภคภัณฑ์เช่นแร่ธาตุที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตอาวุธและอุปกรณ์ในการสงครามต่าง ๆ 4)สินค้าที่สามารถต่อต้านเงินเฟ้อ เช่น ทองคำ เป็นต้น ส่วนธุรกิจที่ควรจะหลีกเลี่ยงก็คือ ธุรกิจที่ต้องใช้น้ำมันหรือพลังงานมาก เช่น สายการบิน และการเดินทางขนส่งเป็นต้น
นอกจากนั้น ในส่วนของการจัดพอร์ตเองก็ควรจะต้องกระจายความเสี่ยงไปในหลาย ๆ อุตสาหกรรมรวมถึงทรัพย์สินอย่างทองคำ และลงทุนในหลาย ๆ ตลาดหรือทั่วโลก ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ปกป้องเราจาก “ความเสี่ยงร้ายแรง” ระดับหายนะในช่วงภาวะสงครามได้
by Thai VI Article
4
-
✨📈StockRadars Premium เวอร์ชันอัปเกรด สุดคุ้มสำหรับสมาชิก ThaiVI รายปี!
อ่านต่อ
-
สิ่งที่พวกเราส่งต่อพลังแห่งการให้ คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม 💚 ThaiVI Donation Summary 2025
อ่านต่อ
-
เปิดขายแล้ววันนี้!! คอร์สเจาะลึก "หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล" 🏥
อ่านต่อ
-
📣 [ประกาศรายชื่อ] กิจกรรมสุดพิเศษ⚡ThaiVI The Intelligent Investor 2026⚡!!
อ่านต่อ
-
💥สายลงทุนต่างประเทศห้ามพลาด!! "ลงทุนหุ้นอเมริกาตัวแรก" กับ อ.เมธพนธ์ อมรธีรสรรค์
อ่านต่อ
-
📣เปิดคอร์สใหม่!! "เจาะลึกหุ้นค้าปลีก" โดย อ.ศรุติ โชติเสรีวิทย์
อ่านต่อ
-
📝 มัดรวมข้อมูล ขั้นตอนการใช้งาน และสิทธิประโยชน์สมาชิก ThaiVI (การสมัครสมาชิก/ต่ออายุ)
อ่านต่อ
-
📚 สรุป Q&A จาก Opportunity Day by ThaiVI ครบ 4 ไตรมาส ปี 2024
อ่านต่อ
-
🌍ฟีเจอร์ใหม่ "ข่าวหลักทรัพย์ และบทวิเคราะห์"
อ่านต่อ
-
✨คณะกรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า ปี 2568-2569
อ่านต่อ
-
🎉 "𝐓𝐡𝐚𝐢𝐕𝐈 𝐎𝐧𝐥𝐢𝐧𝐞 𝐂𝐨𝐮𝐫𝐬𝐞𝐬" โอกาสใหม่แห่งการเรียนรู้! 🎉
อ่านต่อ
-
อัพเดต!
🚨 UPDATE: 8/12/68 : เตือนภัย!! มิจฉาชีพแอบอ้างชื่อบุคคลในสมาคม ThaiVI เพื่อหลอกให้ลงทุน
อ่านต่อ
-
กฎ กติกา มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด และข้อบังคับของสมาคมฯ
อ่านต่อ