การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1280 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 3445 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 2797 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 5106 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 4054 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 4111 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 9199 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 10418 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 13150 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 148241 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 4 ตอบกลับ
- 201606 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย NoOne_
-
-
-
- 2 ตอบกลับ
- 212536 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย qwer123433
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 339942 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 160 ตอบกลับ
- 224720 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Linzhi
-
-
-
- 3 ตอบกลับ
- 1688 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 4 ตอบกลับ
- 263682 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย qwer123433
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1110 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1033 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1076 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1055 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 1267 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 35 ตอบกลับ
- 110290 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Airmd
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 3954 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 22085 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 42013 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 5 ตอบกลับ
- 11007 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย kanxit
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 20 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 2 ตอบกลับ
- 836 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Noomnoi1234
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 1041 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 74 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 79 ตอบกลับ
- 9322 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Arkad
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 2463 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 227 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 219 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 424 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 2336 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 16 ตอบกลับ
- 6406 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 603 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 162 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 147 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 191 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 269 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 1706 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 183 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 5 ตอบกลับ
- 4323 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Officer
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 227 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 255 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 30 ตอบกลับ
- 4823 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Tiklucky
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 154 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 1367 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย IndyVI
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 427 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 307 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Thai VI Article
-
-
-
- 9 ตอบกลับ
- 3617 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย amornkowa
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 358 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 423 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 513 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 669 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 562 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 588 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 53 ตอบกลับ
- 11113 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Paw Patrol
-
-
-
- 18 ตอบกลับ
- 28458 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Peter1011
-
-
-
- 0 ตอบกลับ
- 370 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย A445838
-
-
-
- 1 ตอบกลับ
- 659 แสดง
-
โพสต์ล่าสุด โดย Bird.Songwut
-
-
Meeting ภาคใต้ 8 มีนาคม 2569
สรุปสัมมนา Meeting นักลงทุนภาคใต้ อาจารย์โจ ลูกอีสาน
อจ โจ แบ่งปันทั้งมุมมองต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ กลยุทธ์การจัดพอร์ต การวิเคราะห์เจาะลึกกลุ่มธุรกิจและหุ้นรายตัว ไปจนถึงแนวคิดปรัชญาการใช้ชีวิตและการส่งต่อความมั่งคั่ง โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดได้อย่างละเอียดดังนี้
---
1. ภาพรวมพอร์ตการลงทุนและการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation):
สัดส่วนพอร์ตการลงทุนปัจจุบัน :
อาจารย์โจจัดสรรพอร์ตการลงทุนโดยแบ่งเป็น หุ้นไทย 50% และ หุ้นต่างประเทศ 50% (เน้นตลาดฮ่องกงและจีน)
ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา:
ปัจจุบันอาจารย์โจหลีกเลี่ยงการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากมองว่าดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 100 ปีไปมากแล้ว จึงมี Downside risk หรือความเสี่ยงขาลงที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับดอลลาร์ที่แข็งค่า นำเงินไปพักไว้ในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) ระยะสั้นของต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยราว 3-4% เพื่อรอจังหวะซื้อหุ้นในอนาคต
ตลาดหุ้นฮ่องกงและจีน:
แม้พอร์ตในส่วนนี้จะเผชิญการขาดทุนบ้างในปีที่ผ่านมา แต่อาจารย์โจยังเชื่อมั่นว่า "จีนคืออนาคตของโลก" หุ้นขนาดเล็กในฮ่องกงหลายตัวมีราคาถูกมาก มีกระแสเงินสดในมือสูงกว่ามูลค่าบริษัท (Market Cap) ถึง 4-5 เท่า และจ่ายปันผลในระดับที่สูง อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังเรื่องธรรมาภิบาลและการไซฟ่อนเงิน (เงินสดทิพย์) จึงต้องใช้ การกระจายความเสี่ยง (Diversification) เป็นเกราะป้องกัน
ตลาดหุ้นเวียดนาม:
ได้ขายทำกำไรออกไปหมดแล้ว เนื่องจากมองว่าหุ้นไม่ได้ถูกมากเมื่อเทียบกับฮ่องกง และประสบปัญหาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของบริษัทที่ทำได้ยาก รวมถึงมีความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน
มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย:
แม้หลายคนจะหนีไปลงทุนต่างประเทศ แต่อาจารย์โจมองว่าเป็น ข้อดี
เพราะเมื่อคนสนใจน้อยลง การแข่งขันก็ต่ำลง ทำให้สามารถค้นหา หุ้นเพชรในตม หรือหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและปันผลสูงระดับ 7-10% ได้ง่ายขึ้น โดยเน้นเก็บหุ้นที่อิ่มตัวแต่กระแสเงินสดเสถียร หรือหุ้นตัวเล็กที่กำลังแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งได้ อย่างไรก็ตาม หากดัชนี SET ขึ้นมาในระดับ 1,500 จุด จะมองว่ามูลค่าเริ่มตึงตัว และบริษัทจำนวนมากพยายามจ่ายปันผลพิเศษโดยการกู้เงินมาจ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน
---
2. กลยุทธ์และเทคนิคการลงทุนสไตล์ "ลูกอีสาน"
การรับมือกับวิกฤต สงคราม และ Circuit Breaker
การใช้ TFEX ป้องกันความเสี่ยง:
เมื่อเกิดความระแวงต่อสถานการณ์โลก (เช่น สงครามอิหร่าน-อิสราเอล หรือปัจจัยการเมืองในประเทศ) อาจารย์โจมีการ Short TFEX เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต ควบคู่ไปกับการ Long ทองคำล่วงหน้า ซึ่งทองคำมักจะปรับตัวขึ้นในช่วงวิกฤต ช่วยชดเชยผลขาดทุนจากตลาดหุ้นได้
Mindset ต่อเหตุการณ์ Circuit Breaker:
อาจารย์โจมองว่า Circuit Breaker คือ
โอกาสทองในการช้อนซื้อ"** หากวิเคราะห์แล้วว่าเหตุการณ์ที่ทำให้หุ้นตกลงมานั้น ไม่ได้กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของบริษัท โดยอาจใช้เงินสดราว 25% ของพอร์ตในการเข้าซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีการจ่ายปันผลรองรับ
คิดสวนทางกับตลาด (Contrarian Thinking):
ในช่วงที่ตลาดหมี (ตลาดขาลง) หมีมักจะตัวใหญ่กว่าความเป็นจริงเสมอ (คนกลัวเกินเหตุ) และในตลาดกระทิง (ตลาดขาขึ้น) คนก็มักจะมองโลกในแง่ดีเกินไป ให้ใช้หลักคิดของ Charlie Munger คือ ให้คิดกลับด้านเสมอ
กลยุทธ์การซื้อหุ้นปันผล (Dividend Capture)
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อหุ้นปันผลคือ ไตรมาสที่ 3 ของปี เพราะเป็นช่วงที่นักลงทุนสามารถคาดการณ์ผลประกอบการรวมทั้งปีได้ค่อนข้างแม่นยำ หากซื้อในช่วงนี้ หุ้นมักจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นเพื่อรับข่าวปันผลในไตรมาส 4 และต้นปีถัดไป ทำให้นักลงทุนได้ทั้งกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend Yield) ในเวลาเดียวกัน
กฎ 3 ข้อในการ "ขายหุ้น" (Exit Strategy) :
นักลงทุนแนว VI จะขายหุ้นเมื่อเกิด 3 เหตุการณ์นี้เท่านั้น:
1. เจอหุ้นตัวใหม่ที่ดีกว่า มี Upside สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ:
หากหุ้นที่ถืออยู่ราคาปรับตัวขึ้นจนอัตราผลตอบแทนปันผลลดลง (เช่น จาก 8% เหลือ 5%) และมีตัวเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า สามารถสับเปลี่ยนตัวหุ้นได้ (Switching)
2. คิดผิด / ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน:
หากทิศทางธุรกิจไม่เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ หรือผู้บริหารเปลี่ยนนโยบายที่ขัดต่อหลักการลงทุน (เช่น เปลี่ยนจากธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนต่ำ ไปทำโรงแรมที่ใช้เงินลงทุนสูง) ต้องกล้าตัดขาดทุน (Cut loss)
3. ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปถึงมูลค่าที่เหมาะสม (Fair Value):
เมื่อหุ้นหมดความน่าสนใจในเชิงมูลค่า ก็ควรขายออก ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถขายได้ที่จุดสูงสุดเสมอไป
---
3. การวิเคราะห์อุตสาหกรรมและหุ้นกลุ่มต่างๆ
กลุ่มการเงินและสินเชื่อ (Leasing):
มองว่าผ่านจุดต่ำสุดของการตั้งสำรองไปแล้วในปีที่ผ่านมา การที่บริษัทเหล่านี้ลดเป้าการเติบโตและการขยายสาขาลง ทำให้ไม่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมาก ส่งผลให้ **มีความสามารถในการจ่ายปันผลได้มากขึ้น** ถือเป็นกลุ่มที่น่าสนใจในระดับราคาปัจจุบัน
กลุ่มท่องเที่ยวและโรงพยาบาล:
ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรม เป็นธุรกิจที่ ไม่มีคูเมืองป้องกัน (No Barrier to Entry) การแข่งขันดุเดือดมาก จึงไม่ได้ให้ความสนใจนัก ส่วนกลุ่มโรงพยาบาล หากราคาหุ้นปรับลดลงแรงจากความกังวลเรื่องสงครามที่อาจทำให้ลูกค้าตะวันออกกลางหายไป ถือเป็น "โอกาสในการเข้าซื้อ" หากมองในระยะยาวว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
กลุ่มเครื่องดื่ม (Beverage):
ผมเสนอว่ากลุ่มเครื่องดื่มได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
อย่างไรก็ตามอาจารย์โจเสริมว่า ต้องระวังบริษัทที่พึ่งพาการรับจ้างผลิต (OEM) เป็นหลัก เพราะกำไรจะผันผวนและคาดการณ์ได้ยาก ควรเลือกลงทุนในบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแกร่งและกำไรสม่ำเสมอ
กลุ่มวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน (Home Improvement):
แม้ราคาหุ้นจะปรับลดลงมาจนดูมี P/E ต่ำ แต่ต้องระวังเรื่องกระแสเงินสดที่ไปจมอยู่กับ “สต็อกสินค้าคงคลัง"จำนวนมหาศาล ทำให้บริษัทเหล่านี้มักไม่ค่อยมีเงินสดมาจ่ายปันผล และมักจะจ่ายเป็นหุ้นปันผลแทน
กลุ่มจัดหางานและ HR :
หลายคนกังวลว่า AI จะมาแย่งงานและกระทบต่อธุรกิจจัดหางาน แต่อาจารย์โจมองว่า ในความเป็นจริง งานที่ต้องพึ่งพาทักษะมนุษย์และการพบปะ (Face-to-Face) ยังไม่สามารถถูกแทนที่ด้วย AI ได้ทั้งหมดในระยะเวลาอันสั้น ความกังวลของตลาดอาจมีมากเกินไป
ข้อควรระวัง หุ้นที่มีบริษัทแม่ในต่างประเทศ:
หุ้นกลุ่มนี้มักมีเงินสดในมือมหาศาล ไม่มีหนี้สิน แต่กลับจ่ายปันผลในอัตราที่ต่ำมาก (ราว 30%) และมีความเสี่ยงเรื่องการถ่ายเทผลประโยชน์ (Transfer Pricing) ผ่านการตั้งราคาซื้อขายระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียเปรียบ
---
4. บทเรียนธุรกิจจากการทำเกษตรกรรม (ทุเรียน ข้าว ปาล์ม ยาง)
อาจารย์โจได้ลงมือศึกษาและทำเกษตรกรรมด้วยตนเอง ทั้งการปลูกข้าวและเสาะหาสายพันธุ์ทุเรียนหายาก ซึ่งให้บทเรียนที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับการลงทุนได้อย่างลึกซึ้ง:
ธุรกิจที่ไม่มี Barrier to Entry จะไม่มีกำไรที่ยั่งยืน:
หากธุรกิจใดกำไรดี แต่ใครๆ ก็สามารถเข้ามาทำได้ สุดท้ายซัพพลายจะล้นตลาดและราคาก็จะพังทลายลง ยกตัวอย่างเช่น การปลูกทุเรียน ในอดีตทุเรียนราคาแพงมาก ทำให้คนแห่โค่นสวนยางและสวนปาล์มมาปลูกทุเรียน เมื่อผลผลิตชุดใหม่ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ประกอบกับจีนนำเข้าจากเวียดนามมากขึ้น ราคาจะตกลงอย่างรุนแรง กฎข้อนี้ใช้ได้กับธุรกิจในตลาดหุ้นเช่นกัน (เช่น สุกี้ชาบู ที่เมื่อก่อนกำไรดี แต่ปัจจุบันแข่งขันกันดุเดือดจนกำไรหดตัว)
ปัญหาความยากจนของชาวนาไทย:
เกิดจากปัญหาต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต เมื่อเปรียบเทียบข้าวหอมมะลิไทยกับข้าวเวียดนาม เวียดนามได้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทยหลายเท่าตัว ต้นทุนสายพันธุ์ก็ถูกกว่า แม้ข้าวไทยจะขายได้ราคาสูงกว่า แต่เมื่อหักลบต้นทุนแล้ว ชาวนาเวียดนามกลับมีกำไรที่สูงกว่ามาก การพึ่งพาการส่งออกข้าวในปริมาณมากๆ จึงไม่ได้ช่วยให้ชาวนาไทยรวยขึ้น หากไม่ปรับโครงสร้างต้นทุน
---
5. ข้อคิดเรื่องการบริหารกองทุนระดับประเทศ
กองทุนประกันสังคม:
กำลังเผชิญวิกฤตที่เงินไหลออกมากกว่าเงินไหลเข้า และอาจล้มละลายใน 20 ปี วิธีแก้มีเพียง 3 ทางคือ:
1. เพิ่มอัตราเงินสมทบ
2. ขยายอายุเกษียณ (ซึ่งคนส่วนใหญ่ต่อต้าน)
3. **บริหารพอร์ตการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น** ปัจจุบันนโยบายการลงทุนยังอนุรักษ์นิยมมากเกินไป หากสามารถบริหารให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 8% เงินชราภาพของผู้ประกันตนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
---
6. ปรัชญาชีวิต ความก้าวหน้า และความสุขของการมีเงิน
ในช่วงท้ายของการสัมมนา อาจารย์โจได้ให้ข้อคิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับเป้าหมายของการลงทุนและคุณค่าของเงิน:
หุ้นเปลี่ยนชีวิต ไม่มีอยู่จริง:
ความมั่งคั่งไม่ได้เกิดจากการแทงหุ้นถูกตัวเพียง 1-2 ตัวแล้วรวยข้ามคืน แต่เกิดจาก "พอร์ตการลงทุนที่เปลี่ยนชีวิต อาศัยการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม รับผลตอบแทนแบบทบต้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือ **"ต้องไม่ขาดทุนหนัก"** การขาดทุน 50% ต้องทำกำไรถึง 100% จึงจะกลับมาเท่าเดิม ดังนั้น การปกป้องเงินต้นจึงสำคัญที่สุด
กฎการลดน้อยถอยลงของความสุข (Diminishing Marginal Utility):
เมื่อคนเรามีเงินจาก 1 แสน เป็น 1 ล้าน หรือ 10 ล้าน ความสุขจะพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อมีเงินระดับ 100 ล้าน หรือ 1,000 ล้าน ความสุขจะเริ่มคงที่ ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวอีกต่อไป
ความมั่นคงคือความสุขที่แท้จริง:
เงินอาจจะไม่ได้ซื้อความสุขฉาบฉวยได้ตลอดไป แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดของเงินคือ **"ความมั่นคงทางใจ"** การมีเงินทำให้เรามีสิทธิ์เลือก ไม่ต้องทนทำงานที่เกลียด ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย (สามารถเข้าถึงการรักษามะเร็งที่ดีที่สุดได้) และไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากความยากจน
การแบ่งปันและส่งต่อ:
การมีเงินทำให้เราสามารถดึง "ด้านดี" ของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ สามารถช่วยเหลือญาติพี่น้อง หรือบริจาคเพื่อสังคมได้โดยไม่ต้องหวังผลตอบแทน โดยอาจารย์โจมีความฝันที่อยากจะเป็น "ผู้บริจาครายบุคคลที่บริจาคเงินให้มูลนิธิมากที่สุดในประเทศ" ด้วยการนำดอกผลจากการลงทุนมาช่วยเหลือสังคม
มรดกและการจัดการเงินให้ลูกหลาน:
สำหรับการส่งต่อความมั่งคั่งให้ลูกหลาน หากลูกหลานไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเลือกหุ้นรายตัว วิธีที่ปลอดภัยและดีที่สุดคือการสอนให้พวกเขานำเงินไปซื้อ **"กองทุนดัชนีหุ้นทั่วโลก (Global Index Fund/ETF)"** เพื่อรับผลตอบแทนตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก หรือจัดตั้งเป็นกองทรัสต์ (Trust) เพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียเงินต้น
**บทสรุปทิ้งท้าย:**
อาจารย์โจย้ำเตือนนักลงทุนเสมอว่า เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของจักรวาล ไม่ควรยึดติดหรือเครียดกับความผันผวนของตลาดหุ้นมากจนเสียสุขภาพ จงลงทุนด้วยสติ ไม่ทายใจตลาด ล้มเหลวให้เป็น เรียนรู้จากความผิดพลาด และที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากจุดไหน หากมีความตั้งใจและโฟกัสศึกษาอย่างจริงจัง **"ไม่มีที่ใดที่ไกลกว่าก้าวย่างของเธอ"** ทุกคนสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จในแบบของตนเองได้เสมอ
1000087467.jpg
by amornkowa
17
-
Re: ทำไมเราต้องลงทุนหุ้นต่างประเทศ? มาแชร์กันครับ
ผมเพิ่งได้มาอ่าน ผมเห็นด้วยกับคุณ pete มากเลยครับ เขียนดีมาก ๆ ขอบคุณครับ
ตลาดหุ้นอเมริกาข้อสรุปผมคือหา alpha ยาก คนที่ได้ return สูง สิ่งที่ต้องแลกคือ ต้องเสี่ยงมากขึ้นเพื่อจะแลก excess return ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยน risk/reward ก็ไม่ค่อยคุ้มมาก คือ risk ของพอร์ตจะสูงขึ้นเร็วกว่ามาก วีไอเราอยากได้หุ้นที่ low risk / high return มากกว่า
มี excess return ที่งดงามมาก ๆ ในช่วงที่ผ่านมาคือ FANGMAN + mag7 ผมคิดว่าเราอาจจะไม่ได้เห็นแล้วในอนาคต
มีน้อง ๆ ถามผมว่า เห็นผมตามหุ้นนอกหลายตัว เห็นไปคุยหุ้น hyper growth เลยเข้าใจผิดว่าผมไปซื้อหุ้นพวกนี้ด้วย (ผมเคยลงปี 2020-2023)
ผมบอกได้เลยว่าผมศึกษาเฉย ๆ อ่านไปเรื่อย ๆ เพราะผมสนุกที่จะเรียนรู้ ผมไม่ค่อยได้หวังว่าจะอ่านเพื่อตีแตกอะไรเท่าไหร่ หุ้นที่ผมพูดถึง ผมไม่เคยซื้อเลยด้วยซ้ำ ศึกษาเสร็จก็วางไว้เฉย ๆ
หรือถ้าจะซื้อก็ซื้อด้วยสัดส่วนที่น้อยลงมาก ๆ อาจจะแค่ 1/20 ของการซื้อปกติ เพื่อแค่ให้มี skin in the game บ้าง แต่ไม่ได้หวัง return
ผมเลยคิดว่าไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย ที่อ่านหุ้นไม่กี่ตัว ก็ซื้อได้และ กำไรมากมาย บางตัวเป็นเด้ง เป็นกิจกรรมที่ได้ return คุ้มค่าแรงมาก ๆ เดี๋ยวนี้ไม่มีหรอกครับแบบนี้
และสิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือ 1. ทนความเสี่ยงและความกดดันแทนคนอื่น อย่างช่วงสงครามแบบนี้ หรือช่วง saasacopolyst เราต้องทนแทนเพื่อน เพื่อให้ได้ return (หรืออาจจะเจ๊งไปเลย) 2. มองหาความหวัง และ โอกาสในยามที่คนกลัว และมองหาความกลัว ในยามที่คนโลภ 3. บริหารข้อ 1 และ 2 โดยไม่ให้พอร์ตแตกเสียก่อน
ตอนนี้ผมอ่าน https://www.slickcharts.com/nasdaq100 และ https://www.slickcharts.com/sp500
เพื่อเข้าใจว่า พอร์ตโฟลิโอของ passive fund ที่ชนะคนทั้งโลกมีหน้าตาเป็นยังไง ไปพลาง ๆ ครับ
by Linzhi
3
-
ตั้งวงเล่าเช้า “พอร์ตแบบนี้...พี่ว่าไง”
สรุป Highlight จากงาน SET Zooom in Live ตั้งวงเล่า ชาวลงทุน สำหรับคนชอบอ่าน ☺️ แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบฟังเต็ม ๆ Link รับชมย้อนหลังอยู่ใน Comment นะ
🧭วงเล่าเช้า “พอร์ตแบบนี้...พี่ว่าไง” 🧭
กับ 5 นักลงทุนสาย VI
👤วิบูลย์ พึงประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย
👤อมร โควานิชเจริญ กรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)
👤สุธน สิงหสิทธางกูร (เจ๊กกี้) นักลงทุนเน้นคุณค่า - กก. และ ผอ. ฝ่ายการลงทุน ตปท. สมาคมนักลงทุนประเทศไทย
👤 วราพรรณ วงศ์สารคาม (นุช) กรรมการและเลขานุการ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)
👤 ชัชวนันท์ สันธิเดช (อาร์ท) นายกสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย
♦ เมื่อ “สงคราม” เขย่าตลาดหุ้น นักลงทุนคุณค่า รับมืออย่างไร
👤 วิบูลย์ พึงประเสริฐ — “วิกฤต คือ โอกาส”
จากบทเรียนในอดีต สงครามและราคาน้ำมัน อาจกระทบตลาดในระยะสั้น แต่หากราคาหุ้นปรับตัวลงมาถึงระดับที่เหมาะสม เช่น ต่ำกว่าต้นทุนเดิมในช่วงที่ SET อยู่ที่ประมาณ 1,200–1,250 จุด ก็พร้อมที่จะซื้อเพิ่ม
👤 ชัชวนันท์ สันธิเดช (อาร์ท) — อย่าตกใจกับราคาหุ้น
แม้ดัชนีจะปรับตัวลง แต่ยังอยู่ในระดับที่ สูงกว่าช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนว่า ตลาดอาจกำลังตอบสนองต่อ “อารมณ์” มากกว่าพื้นฐาน 🧺 วิธีที่ใช้คือ “ตะแกรงร่อนหุ้น” โดยคัดหุ้นที่ธุรกิจมีคุณภาพ มีการเติบโต และให้เงินปันผลมากกว่า 6.5% เพื่อหาโอกาสลงทุน
👤อมร โควานิชเจริญ — มองหาหุ้นดีที่ราคาลงแรง
ให้วิเคราะห์ก่อนว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ส่งผลต่อพอร์ตของเรามากแค่ไหน จากนั้นมองหาหุ้นที่พื้นฐานดี แต่ราคาปรับลงแรงจากปัจจัยชั่วคราวและใช้วิธีทยอยซื้อหลายไม้ เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุน
👤วราพรรณ วงศ์สารคาม (นุช) — ความผันผวนเป็นเรื่องปกติ
ตลาดหุ้นย่อมมีความผันผวนเป็นธรรมชาติ หากนักลงทุนเข้าใจความผันผวน และลงทุนด้วย เงินเย็น ก็จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจ
👤สุธน สิงหสิทธางกูร (เจ๊กกี้) — ใช้กลยุทธ์ Hedging
หนึ่งในวิธีที่ใช้คือ Short Call เพื่อสร้างกระแสเงินสด และมองว่าหุ้นปันผลไทยที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 7–20% เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ รับความเสี่ยงได้น้อย
♦ กลยุทธ์การบริหารเงินสดและการซื้อหุ้น
👤วิบูลย์ พึงประเสริฐ - การใช้ Margin
• ต้องมีเงินสดสำรอง (จากปันผล/เงินเก็บ)
• แต่ถ้าหุ้นตกหนักจน “เงินสดหมด” จะใช้ Margin (เงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์) เข้าช่วย แต่ต้องมีความรู้และใช้ในปริมาณจำกัด
• สัดส่วน Margin: แนะนำใช้เพียง 10-20% ของพอร์ต ห้ามใช้ 100% เด็ดขาด เพราะถ้าหุ้นลงต่ออาจโดน Force Sell (บังคับขาย) หรือโดนตัดวงเงิน
• แนะนำให้มีบัญชีมากกว่า 1 โบรกเกอร์ เผื่อกรณีโบรกฯ หนึ่งวงเงินเต็ม
👤อมร โควานิชเจริญ - การ Switch หุ้น/กองทุน
• เป็นสไตล์ลงทุนเต็มพอร์ต (หุ้น 100%) ไม่มีเงินสดสำรองรอซื้อ
• ใช้วิธี Switch ตัว คือ ขายตัวที่กำไรหรือลงน้อย ไปซื้อตัวที่ลงหนักกว่าแต่มีอัพไซด์
• ใช้วิธีโยกเงินจาก RMF (ที่พักไว้ใน Money Market หรือ Bond) สับเปลี่ยนเข้ากองทุนหุ้น (SET50) เพื่อจับจังหวะตลาดรีบาวด์
👤สุธน สิงหสิทธางกูร (เจ็กกี้) - การ Hedging/Options
• มองการซื้อประกัน (Put Option) เหมือนจ่ายเบี้ยทิ้งทุกเดือน แต่ถ้าเกิดวิกฤต (Black Swan) จะได้กำไรมหาศาล (20-50 เท่าของเงินประกัน) มาชดเชยพอร์ต
• ใช้การ Short Call/Put: เช่น ขาย Call Option ที่ SET 2,000 จุด (คาดการณ์ว่าหุ้นไม่ถึง 2,000) เพื่อเอาค่าพรีเมียมมาเป็นกระแสเงินสด วิธีนี้สร้าง Cash Flow ได้ดีในระยะยาวหากมีความรู้
• คำแนะนำ: ถ้าลงทุนต่างประเทศแล้วกังวล ให้เน้นหุ้นปันผลไทย เพราะประเมินมูลค่าง่ายกว่า ได้เครดิตภาษี และถ้าหุ้นลง Yield ปันผลจะสูงขึ้น (เช่น จาก 10% เป็น 20%)
♦ วิธีการเลือกหุ้นและสัญญาณเตือน (Red Flags)
📍Red Flags (สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรลงทุน)
👤สุธน สิงหสิทธางกูร (เจ๊กกี้)
“มักจะพิจารณาอย่างรอบคอบกับบริษัทที่มีการเพิ่มทุนแบบ PP (Private Placement) ในราคาต่ำกว่าตลาด เพราะอาจกระทบผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึงบริษัทที่ผู้บริหารเคยมีประเด็นด้านธรรมาภิบาล”
👤วราพรรณ วงศ์สารคาม (นุช)
ไม่ชอบบริษัทที่มีหนี้เยอะ (High Debt/Equity) เพราะเหมือนคนมีหนี้ ขยับตัวลำบากเมื่อเกิดวิกฤต (ชอบหุ้นที่มี D/E ต่ำ เช่น 0.10 เท่า)
👤อมร โควานิชเจริญ
ระวังบริษัทที่กำไรทางบัญชีโต แต่กระแสเงินสด (Cash Flow) ไม่มี (อาจจะเป็นลูกหนี้การค้าที่เก็บเงินไม่ได้)
ในคลิปเต็มยังมี📍Case Study หุ้นรายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่ม รพ. กลุ่มพลังงาน และ Finance ในมุมมองของ👤พี่วิบูลย์ พึงประเสริฐ ไปฟังเพิ่มเติมกันได้นะ
#setzooominlive #ตั้งวงเล่าชาวลงทุน #พอร์ตแบบนี้
1000087484.jpg
พี่ว่าไง #SETZooomin #หุ้น #นักลงทุน #นักลงทุนมือใหม่
▶️ รับชมคลิปงาน SET Zooom in Live ตั้งวงเล่า ชาวลงทุน
แบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ >> https://youtu.be/3U7jmn5Rfpo
by amornkowa
2
-
✨📈StockRadars Premium เวอร์ชันอัปเกรด สุดคุ้มสำหรับสมาชิก ThaiVI รายปี!
อ่านต่อ
-
สิ่งที่พวกเราส่งต่อพลังแห่งการให้ คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม 💚 ThaiVI Donation Summary 2025
อ่านต่อ
-
เปิดขายแล้ววันนี้!! คอร์สเจาะลึก "หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล" 🏥
อ่านต่อ
-
📣 [ประกาศรายชื่อ] กิจกรรมสุดพิเศษ⚡ThaiVI The Intelligent Investor 2026⚡!!
อ่านต่อ
-
💥สายลงทุนต่างประเทศห้ามพลาด!! "ลงทุนหุ้นอเมริกาตัวแรก" กับ อ.เมธพนธ์ อมรธีรสรรค์
อ่านต่อ
-
📣เปิดคอร์สใหม่!! "เจาะลึกหุ้นค้าปลีก" โดย อ.ศรุติ โชติเสรีวิทย์
อ่านต่อ
-
📝 มัดรวมข้อมูล ขั้นตอนการใช้งาน และสิทธิประโยชน์สมาชิก ThaiVI (การสมัครสมาชิก/ต่ออายุ)
อ่านต่อ
-
📚 สรุป Q&A จาก Opportunity Day by ThaiVI ครบ 4 ไตรมาส ปี 2024
อ่านต่อ
-
🌍ฟีเจอร์ใหม่ "ข่าวหลักทรัพย์ และบทวิเคราะห์"
อ่านต่อ
-
✨คณะกรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า ปี 2568-2569
อ่านต่อ
-
🎉 "𝐓𝐡𝐚𝐢𝐕𝐈 𝐎𝐧𝐥𝐢𝐧𝐞 𝐂𝐨𝐮𝐫𝐬𝐞𝐬" โอกาสใหม่แห่งการเรียนรู้! 🎉
อ่านต่อ
-
อัพเดต!
🚨 UPDATE: 8/12/68 : เตือนภัย!! มิจฉาชีพแอบอ้างชื่อบุคคลในสมาคม ThaiVI เพื่อหลอกให้ลงทุน
อ่านต่อ
-
กฎ กติกา มารยาทในการใช้เว็บบอร์ด และข้อบังคับของสมาคมฯ
อ่านต่อ